สวัสดีครับวันนี้ได้รับเกียรติจาก นักเขียนนวนิยายชื่อดัง ADBenZ มาวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งประวัติศาสตร์ของ Michael Jackson : This is it ให้กับบล๊อค Sabus’s FilM ครับ ขอขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย

“เสียงปรบมือจะดังขึ้น แล้วไฟจะค่อยๆมัวลง”

การกลับมาของราชาเพลงป๊อบผู้ยิ่งใหญ่ของโลก Michael Jackson ที่จะกลับมารูปแบบคอนเสิร์ตครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะอำลาวงการ “THIS IS IT” เปิดการแสดงทั้งหมด 50 รอบ แถมบัตรขายหมดเกลี้ยงทั้ง 50 รอบพร้อมทั้งหากเขาทำได้สำเร็จจะได้บันทึกลงใน กินเนส บุ๊ค เวิรค์ เรคคอร์ด ว่าเป็น ศิลปินเดี่ยวที่แสดงสดได้ยาวนานที่สุด แต่น่าเสียดายที่ต้องมาเกิดเหตุช็อกโลกที่เขาต้องจากไปด้วยวัยเพียง 50 ปี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา…

“ที่ตินี่เพราะรักนะ ผมอยากให้คุณเชื่อแบบนั้น”

วิจารณ์

ด้านเนื้อเรื่อง:
เป็นบันทึกการแสดงฝึกซ้อม ขั้นตอนการเตรียมงาน การสร้างสรรค์ดนตรีบทเพลงการคัดเลือกนักเต้นเพียงสิบคน พร้อมทั้งทีมงานมืออาชีพระดับหัวกระทิของโลกในสายนั้นๆ และแน่นอนไมเคิลเป็นผู้ประสานงาน กำกับ แนะนำ แจกแจงส่วนต่างๆด้วยตนเอง เรื่องนี้จะถ่ายทอดช่วงเวลาตั้งแต่เดือนเมษาถึงเดือนมิถุนายน 2552 ประกอบไปด้วยภาพเบื้องหลังการฝึกซ้อมเต้นกว่า 100 ชั่วโมง ผู้ช่วยการกำกับของคอนเสิร์ตครั้งนี้คือ Kenny Ortega ผู้ที่เคยมีผลงานมาแล้วอย่าง High School Musical

ด้านการแสดง:
จะให้เรียกว่าการแสดงก็คงไม่ถูก เพราะมันคืองานจริง ชีวิตจริงของหลายๆคน โดยในช่วงต่างๆก่อนเริ่มเพลงในคอนเสิร์ตจะมีให้พวกเขาพูดถึงความรู้สึกของแต่ละคนต่อตัวไมเคิลฯที่เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขา
ทางด้านไมเคิลเองก็ลงแรงลงทุนทุ่มเทอย่างเต็มที่โดยบางเพลงอาจจะเผลอตัว ที่แสดงถึงตัวตนของไมเคิลได้อย่างแท้จริงคือช่วงเพลง I just can’t stop loving you ที่ลงทุนใช้เสียงอย่างเต็มสุดๆแล้วมาอ้างอย่างน่ารักเป็นกันเองว่า “แค่อยากจะเก็บเสียงไว้ในการแสดงจริงน่ะ” ทางผู้กำกับ Kenny ก็หยอกกลับว่า “คุณคงอดใจไม่ไหวจริงๆซินะ ไมเคิล” นั่นเป็นอะไรที่แสดงออกว่าเขาสมกับคำว่าราชาแห่งเพลงป๊อบจริงๆ

ด้านดนตรี:
แน่นอนว่าระดับราชาเพลงป๊อบการดนตรีย่อมไม่ผิดหวัง นักดนตรีทุกคนที่คัดสรรมาล้วนเป็นมืออาชีพระดับโลก จุดไหนที่มันไม่มิกซ์กันไมเคิลก็จะชี้แจงแนะแนวอย่างเป็นกันเอง และเขาเองก็ยังรู้จักเพลงของตัวเองได้อย่างครบหมดจดทุกด้าน จึงทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ง่ายขึ้นในทางเพลงที่นำมาใช้ในการแสดงมามีการนำมามิกซ์กันใหม่ให้เข้ากับคำว่า คอนเสิร์ต จริงๆทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับจังหวะมันส์ๆที่ฟังจากในคอมยังไม่ได้อารมณ์เท่านี้ ขนาดตัวผมยังไม่ใช่แฟนของไมเคิลยังรู้สึกมันส์และซึ้งใจไปกับบทเพลงได้ด้วยเสียงร้องสุดแสนไพเราะของไมเคิล

ด้านเทคนิคพิเศษ:
การถ่ายทำและการใช้เทคนิคสวยสมจริงชัดแจ๋วได้อย่างไร้ที่ติ ผมชอบตอนที่ถ่ายไมเคิลแล้วไปตัดต่อกับหนังเก่าเรื่องนึงที่เป็นขาวดำได้อย่างลงตัว (ชื่ออะไรจำไม่ได้แฮะ)

ตอนจบ:
ทีมงานทุกคนจะมายืนล้อมวง และไมเคิลจะกล่าวความรู้สึกถึงการจัดคอนเสิร์ตนี้ขึ้นมาให้ชาวโลก โดยเน้นการปลูกฝังความคิดการรักธรรมชาติให้แก่คนดูด้วย ก่อนที่จะจบด้วยเพลง Man in the mirror…และคลอจิตใจด้วยเพลงใหม่ This is iT ในตอน End Credits ในอัลบั้ม Michael Jackson’s This is iT ที่ออกขายวันฮัลโลวีนที่ผ่านมาประกอบด้วย Disc 1 เพลงจาก Original Album 16 เพลงพร้อมเพลงใหม่ This is iT (Original) กับ This is iT (Orchesta Version), Disc 2 ก็มีเพลงใหม่และเก่าที่นำมารีมิกซ์ 4 เพลงคือ She’s out of my life(Demo), Wanna be startin’ Somethin’(Demo), Beat It (Demo) และกลอนของไมเคิลในหัวข้อ Planet Earth ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อนอีกด้วย สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายวิดีโอทั่วไป

เราทุกคนเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน

คะแนน:
การแสดง: A+ (ทุกๆคนล้วนมีฝีมือทั้งสิ้น โดยเฉพาะ ไมเคิลฯ)
เทคนิค: B+ (ถึงจะไม่ค่อยเนียนมากแต่ก็เยี่ยมในส่วนหนึ่ง)
เนื้อเรื่อง: A (สร้างจากเรื่องจริงนี่นะ..?)
ความบันเทิง: A+ (ทำให้คนที่ไม่ใช่แฟนเพลงอย่างแม่ผมยังรู้สึกมันส์ ซาบซึ้งดีใจกับความทุ่มเทของไมเคิลได้ ทั้งๆที่แม่บอกว่า “จะหลับ” พอมาได้ซักพักกลับ “หลับไม่ลง” และจบด้วยเสียงตบมือของแม่ที่ดังอยู่คนเดียวในโรงภาพยนตร์รอบนั้น เหอๆๆ)
ดนตรี-เพลงประกอบ: A+ (ไพเราะซึ้งใจ หนักแน่น และสวยงาม)
รวม: A+ “คอนเสิรต์ในรูปแบบภาพยนตร์ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ยอดเยี่ยมที่สุดจริงๆ”

เมื่อออกแผ่นเมื่อไหร่ก็ควรที่จะซื้อเก็บไว้เป็นอย่างยิ่ง แฟนๆไมเคิล แจ็กสันไม่ควรพลาดด้วยประการใดๆทั้งปวง ในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 พฤศจิกายนเท่านั้น

รายได้ทั้งหมดมอบให้เจ้าชายไมเคิลที่ 1 “Paris” และ เจ้าชายไมเคิลที่ 2 “Blanket”
———

ขอให้หลับสบายไมเคิล คุณได้แชร์ความฝันของคุณให้แก่ชาวโลกอย่างที่หวังเอาไว้แล้ว

ด้วยรัก…ขอให้พระคุ้มครอง

ป.ล. คนที่เป็นมือเบสผู้หญิงบลอนด์ผมยาว เก่ง+สวยดีนะ

Comment

Comment:

Tweet